A Free Template from Joomlashack

A Free Template from Joomlashack

แบบสำรวจ

ท่านกำลังใช้ระบบปฏิบัติการ (OS) อะไรอยู่ ?
 

Search

ผู้เข้าเว็บขณะนี้

เรามี 411 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

JComments Latest

  • viagra bahamas viagra sometimes doesn't work qual ...
  • life insurance comparison
  • how can you get viagra best online sildenafil how ...
  • low cost life insurance for seniors
  • hot webcam girls
ภูมิจิตพระอนาคามี PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันจันทร์ที่ 31 พฤษภาคม 2010 เวลา 13:45 น.

  

          พระอนาคามียังมี มานะ อยู่ แต่มันเป็นของละเอียด  แต่ ความสำคัญตนว่าเหนือเขา ในพระอนาคามีไม่มี  แต่ท่านมีมานะของ ท่านอย่างหนึ่งนั่นแหละ

  


           มานะ เป็นภูมิของพระอรหันต์จะตัดขาดได้  อวิชชาก็ยังอยู่ พระอนาคามีก็ยังมีความเห็นไม่ลงรอยกับแนวทางอริยมรรคในขั้นนี้   คือ ในขั้นอรหัตตมรรค  ท่านยังข้องใจสงสัยอยู่ เพราะความข้องใจ      สงสัยก็จัดเป็นมานะประเภทหนึ่ง  คือ ยังไม่เห็นด้วยอย่างเต็มที่   เพราะฉะนั้นจึงยังข้องอยู่ ไม่ใช่มานะแบบสำคัญว่าตนดีกว่าเพื่อน หรืออะไรทำนองนี้ คือว่าทิฏฐิมันยังไม่ลง ยังไม่ลงสนิทดี คือ การ พิจารณามันยังไม่แตก ยังมีความข้องใจอยู่  บางสิ่งบางอย่างที่มัน      ละเอียดนี่ มันยังข้องๆ อยู่  เพียงแต่สังสัยว่า นี่มันใช่หรือเปล่า ใช่ หรือไม่ใช่ มันก็จัดเป็นพวกมานะแล้ว


          พระอนาคามียังตัดสังโยชน์ละเอียดไม่ได้อีก ๕  เพราะภูมิ จิตของท่านละเอียด บางทีท่านอาจจะเข้าใจผิดว่าท่านสำเร็จแล้ว นี่ก็    เป็นมานะเหมือนกัน แต่มานะทิฏฐิที่ไปสำคัญว่าตัวดีกว่าเพื่อนกว่า     ฝูง หรือไปข่มคนโน้นคนนี้นี่ ท่านไม่มีแล้ว

  


          ความที่จิตคิดมาก คนทั้งหลายว่าจิตฟุ้งซ่าน  ภูมิจิตของ   พระอนาคามีนี่ ถึงแม้ว่าจิตท่านจะฟุ้งซ่าน ก็ไม่มี ปฏิฆะ กามราคะ     ปฏิฆะไม่มี  ฟุ้งนี่มันฟุ้งๆ ไป ความยินดีความยินร้ายไม่มี

  


          พระอรหันต์ก็จิตฟุ้งเหมือนกัน  ฟุ้งด้วยความรู้ ด้วยสติ        ปัญญา แต่ความรู้สึกหงุดหงิดรำคาญในความคิดความอ่านของท่าน ไม่มี ความยินดีไม่มี ความยินร้ายไม่มี  จิตของพระอรหันต์สักแต่      ว่ากิริยา  คิดก็เป็นแต่เพียงกิริยาจิต

  


          พระอนาคามียังหลงสังขารอันละเอียดอยู่  ...กามราคะ ปฏิฆะ ท่านหมดไปแล้ว  ที่ท่านต้องไปเกิดเป็นพระพรหมมีรูป (รูปพรหม) อันนั้นมันเป็นวิสัยของพระอนาคาเป็นอย่างนั้น ท่านไปเกิดในพรหม โลกชั้นสุทธาวาส แล้วก็ไม่ย้อนกลับมาเกิดเป็นมนุษย์ บำเพ็ญเพียร ต่ออยู่นั่น ก็ได้สำเร็จอรหันต์  ทีนี้ถ้าหากว่าท่านไปเกิดเป็นพรหมชนิด ที่ไม่มีรูป (อรูปพรหม) ท่านก็ไม่มีโอกาสได้บำเพ็ญต่อ เพราะว่าการ บำเพ็ญธรรมนี่มันต้องอาศัยกายเป็นหลัก

  


          กามราคะ เป็นกิริยาอาการของจิตที่มีความกำหนัด ซึ่งจะมีรูปก็ตาม ไม่มีรูปก็ตาม ในความรู้สึกนี่มันก็เกิดความกำหนัด  แต่ รูปราคะนี่ ความกำหนัดในรูป คือมันต้องเห็นรูป  แล้วมันจึงเกิด  หรือ จิตคิดถึงรูปที่เราชอบ มันก็เกิด

  


          ปฏิฆะ ความหงุดหงิดใจ  มันเป็นจุดเริ่มของความโกรธ กามราคะเป็นจุดเริ่มของความกำหนัดยินดี  ปฏิฆะเกิดจากไหน มัน เกิดจาก อรติ คือความไม่ยินดี  กามราคะเกิดจาก รติ คือความยินดี

  


          อรูปราคะ ความยินดีในอรูป  หมายถึงจิตที่ไปยินดีใน อรูปฌาน เช่นอย่างพรหมไม่มีรูป  พรหมนี่มี ๒ ประเภท รูปพรหม อรูปพรหม  พวกอรูปพรหมนี่ติดในความไม่มีรูป จึงไปเกิดเป็นอรูป-พรหม  การบำเพ็ญเพียรของเขา บำเพ็ญไปสู่ความไม่มีรูป


 


 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

 


Joomla 1.5 Templates by Joomlashack